[OS] You & I
posted on 01 Jan 2012 16:18 by doohyung-story in OneShot-FictionB2ST Fan Fiction : You & I (One Shot)
Rate : PG-13
Cast : Doojoon x Junhyung
Written by : bourgeois

คำเตือน
1.แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับชายรักชาย ถ้าหากรับไม่ได้กรุณากดปิดค่ะ
2.แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง หากแต่เกิดจากการจินตนาการของผู้เขียน ศิลปินไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นนะคะ

You & I
:
*
“สารวัตรยงคร้าบ~” เสียงทะเล้นของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งดังขึ้นทันที่ก้าวเข้ามาในโรงพัก คนถูกเรียกเมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคยก็ส่ายหัว ก่อนจะพับหนังสือพิมพ์ที่กำลังอ่านวางบนโต๊ะเพื่อสนทนากับคนที่เพิ่งมาใหม่
“บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าให้มาแบบคนปกติน่ะ…หา!” ทำหน้าเหวี่ยงก่อนจะตบโต๊ะแล้วยืนขึ้นเพื่อเผชิญหน้ากับคนที่ส่งเสียงดังเมื่อครู่
“แหม…นักสืบยุนดูจุนมาเยือนทั้งที ก็ต้องเปิดตัวอลังการหน่อยสิครับสารวัตรยงจุนฮยอง” ว่าแล้วก็หยิกแก้มขาวๆของสารวัตรยงไปหนึ่งที ทำเอาคนโดนแกล้งเกือบจะหลังแหวนเข้าให้
“โอยยยยย หวานกันไม่เกรงใจสายตาประชาชีเลยนะครับนักสืบยุน” สารวัตรอีกคนที่นั่งโต๊ะถัดไปเอ่ยขึ้นแซว
“เป็นธรรมดาของคนรักกันนี่ครับสารวัตรอิม” ดูจุนกล่าวอย่างหน้าชื่นตาบานก่อนจะหันมามองคนรักที่กำลังทำหน้าระอาตนอยู่ไม่ห่าง คนที่ได้ชื่อว่านักสืบหนุ่มไม่ว่าอะไร ได้แต่ยิ้มกวนๆกลับไป แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติของเขาสองคนอยู่แล้ว…
นักสืบยุนดูจุนและสารวัตรยงจุนฮยองเป็นคนรักกัน…
ยงจุนฮยองเป็นเพียงตำรวจธรรมดาคนหนึ่ง ถึงจะติดนิสัยหน้าง้ำงอ แต่เวลายิ้มก็หล่อไม่เป็นรองใคร ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ในชุมชนแถวโรงพักกรี๊ดกันเป็นแถบ ส่วนยุนดูจุนเป็นนักสืบอิสระที่ขึ้นโรงพักไม่บ่อยนักเพราะมีแต่คดีชู้สาวให้สืบ แต่ครั้งหนึ่งมีคดีสำคัญที่ต้องเข้าออกโรงพักเป็นว่าเล่น ทำให้เขาได้ใกล้ชิดและเกิดความรู้สึกดีๆกับสารวัตรหนุ่มคนนี้…
แรกๆจุนฮยองก็ออกอาการโวยวายต่างๆเพราะไม่เคยโดนผู้ชายจีบมาก่อน โดยเฉพาะผู้ชายกวนประสาทอย่างดูจุน จนกระทั่งวันหนึ่งที่ดูจุนตามจุนฮยองออกไปตามจับคนร้ายคดียาเสพติด ก็ได้มีการปะทะกันเกิดขึ้น จุนฮยองเกือบพลาดถูกยิง แต่ดูจุนก็ช่วยไว้ได้ทันจนตนเองได้รับบาดเจ็บเอง แต่โชคดีที่ไม่ร้ายแรง และจากเหตุการณ์นั้นก็เริ่มทำให้จุนฮยองเกิดความรู้สึกดีๆกับนักสืบหนุ่มคนนี้เช่นกัน...
ถึงจะดูเป็นคู่ที่ไม่ค่อยจะเข้ากันเท่าไร เพราะดูเหมือนจะทะเลาะกันบ่อยๆ แต่นั่นก็ถือเป็นการแสดงความรักอย่างหนึ่งที่คนใกล้ชิดเห็นจนชินตา และบางครั้งมันก็ดูน่ารักไม่หยอกเสียด้วยซ้ำ…
“นี่ก็ห้าทุ่มกว่าแล้วนะ จำเป็นต้องเฝ้าเวรแบบนี้ทั้งคืนเลยเหรอ…อุตส่าห์จะปีใหม่ทั้งที” เสียงง้องแง้งของนักสืบหนุ่มดังขึ้นอีกระลอก
“งานก็ต้องเป็นงานสิดูจุน อย่างี่เง่าน่ะ…” จุนฮยองเอ่ยพลางฟาดเข้าให้ที่แขนของคนงอแง สารวัตรอิมเห็นดังนั้นก็หัวเราะชอบอกชอบใจก่อนจะพูดขึ้นบ้าง
“สารวัตรยงไปกับนักสืบยุนเถอะครับ พี่มันคนไม่มีคู่…อยู่เฝ้าเวรคนเดียวก็ไม่เป็นไรหรอก ฮึกๆ” แกล้งทำเป็นสะอึกสะอื้นก่อนจะส่งสายตาไปให้คู่รักที่ยืนอยู่ไม่ห่าง
“จะดีเหรอครับพี่ซึลอง…” เสียงของสารวัตรยงเอ่ยถามสารวัตรอิมยังไม่แน่ใจนัก คนไร้คู่พยักหน้ารัวเพื่อยืนยันก่อนจะกล่าวต่อ
“ไปเถอะครับ พี่อยู่ได้ ปีใหม่ทั้งที…ไว้มีเรื่องอะไรจะโทรไปก็แล้วกันนะครับ” ซึลองกล่าวพลางยิ้มกว้างพร้อมยกโทรศัพท์แกว่งไปมา
“ขอบคุณครับ” จุนฮยองเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินนำคนรักตัวดีที่เดินอมยิ้มตามหลังไป…
.
.
.
“เดี๋ยวก็จะปีใหม่แล้วเนอะ เวลาผ่านไปเร็วจัง” ดูจุนเอ่ยขึ้นขณะเดินไปตามท้องถนนที่ประดับไปด้วยแสงไฟ
“อืม…นั่นสิ” จุนฮยองเอ่ยทั้งๆที่ตามองอะไรไปเรื่อย
“ห้าทุ่มห้าสิบ…อีกเดี๋ยวพลุก็คงจะจุดแล้วล่ะ ตื่นเต้นจังเลย” คนเป็นนักสืบเอ่ยเสียงร่าเริงพลางเดินแกว่งมือคนรักไปมา
“ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้ จะตื่นเต้นอะไรนักหนากะอีแค่พลุเนี่ย…” ปากก็บอกไปแบบนั้น แต่จริงๆแล้วจุนฮยองเองก็ชอบมองพลุเหมือนกันนั่นแหละ สีสันสวยงามเพลินตา…เหมือนนำดาวมาร้อยเรียงให้เป็นภาพดอกไม้ ดูจุนยิ้มให้กับคนรักซึ่งปากไม่ค่อยจะตรงกับใจเสียเท่าไรก่อนจะสะดุดตากับบางอย่าง
“อ๊ะ! ซอยนั้น!” ดูจุนเอ่ยขึ้นพลางดึงมือคนรักให้เดินตามเข้าไปในซอยที่เงียบสนิทเพราะเป็นซอยที่แยกตัวออกมาจากถนนใหญ่ จุนฮยองเดินตามพลางมองไปรอบๆก่อนจะยิ้มบางๆให้กับสถานที่แห่งนี้
“จำได้ไหมว่าฉันเคยโดนยิงที่นี่ตอนมาจับคนร้ายกับนาย” คนเป็นนักสืบกล่าวพลางหัวเราะให้กับความบ้าบิ่นของตน แค่เห็นคนรักกำลังตกอยู่ในอันตราย…เขาก็คิดอะไรไม่ออกแล้วนอกจากจะต้องปกป้องให้ได้
“จำได้สิ นายน่ะบ้ามากๆ…อยากตายนักรึไง!” สารวัตรยงเอ่ยก่อนจะเขกหัวคนรักไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ ดูจุนลูบหัวป้อยๆก่อนจะยิ้มกว้างเพราะคำพูดต่อมาของจุนฮยอง
“แต่ก็…ขอบใจนะ” ไม่บ่อยนักที่คนแข็งกระด้างอย่างจุนฮยองจะเอ่ยอะไรแบบนี้ออกมา คนเป็นนักสืบยิ้มทะเล้นก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้ามาชิดแล้วขโมยหอมแก้มไปอย่างรวดเร็ว
“ทำอะไรของนาย!” โวยวายเสียงดังลั่นพลางจับแก้มของตนที่เริ่มแดงเพราะความเขิน ดูจุนแตะนิ้วชี้ที่ปากเพื่อบอกให้จุนฮยองเงี่ยหูฟังโฆษกประจำชุมชนที่กำลังนับอะไรบางอย่างอยู่
10
9
8
7
6
5
4
3
2
1
พลุสีสันสวยงามต่างๆถูกจุดขึ้นเป็นระยะ เสียงแห่งการเฉลิมฉลองดังขึ้นไปทั่วบริเวณ ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนคนตัวสูงกว่าจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้อีกคน เสียงนุ่มเอ่ยกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคนท่ามกลางแสงสีบนท้องฟ้า
“สวัสดีปีใหม่จุนฮยองอา…ผมรักคุณ”
ริมฝีปากอุ่นประทับเข้าที่ริมฝีปากของคนที่อยู่ในเครื่องแบบอย่างแผ่วเบาทันทีที่เอ่ยจบ จูบลึกซึ้งค่อยๆถูกถ่ายทอดจากร่างสูงทีละน้อย มือเล็กกว่าโอบรอบคออีกฝ่ายก่อนจะเอียงใบหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ได้รับสัมผัสจากอีกฝ่ายได้ถนัดยิ่งขึ้น
ครืด…ครืด…
เสียงโทรศัพท์ของสารวัตรยงสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงอย่างแรง จุนฮยองผละออกจากดูจุนก่อนจะหอบหายใจเล็กน้อยด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ดูจุนจิ๊ปากอย่างขัดใจที่มีคนโทรมาขัดจังหวะ แต่ก็พยายามเข้าใจ…เพราะสายที่โทรเข้าก็คงจะเป็นงานด่วนจากสารวัตรอิมอย่างแน่นอน…ถ้าเขาเดาไม่ผิด
“ครับ…พี่ซึลอง…” จุนฮยองกรอกเสียงลงไปในสายโทรศัพท์ที่ได้รับ
// แย่แล้วครับสารวัตรยง มีวัยรุ่นตีกันที่คอนเสิร์ตพี่เอกโอโบ หน้าร้านขายเครื่องเสียงของเสี่ยจาง…ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ เร่งด่วนจริงๆ เจอกันที่ร้านเสี่ยจางนะสารวัตร // ซึลองเอ่ยอย่างเร่งรีบก่อนจะวางสายไป จุนฮยองเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าก่อนจะหันมามองคนรักที่กำลังจ้องอยู่ไม่ห่าง
“งานด่วนเหรอ” ทำหน้าง้ำงอพลางถาม
“อืม…วัยรุ่นมันตีกันน่ะ” จุนฮยองตอบ
“เป็นตำรวจก็แบบนี้แหละ ทำใจเถอะยุนดูจุน” ตบบ่าคนรักเบาๆก่อนจะคิดอะไรดีๆขึ้นได้ จังหวะที่นักสืบหนุ่มกำลังก้มหน้าด้วยความเซ็งเพราะงานกำลังจะพรากเวลาของพวกเขาไป จุนฮยองก็เดินเข้ามาชิดจนแทบไม่มีช่องว่างก่อนจะโอบรอบคอคนตัวสูงกว่าแล้วประกบจูบด้วยตัวของเขาเอง…
“อืม…” เสียงครางแผ่วเบาดังลอดออกมาอย่างพอใจ แม้จะเป็นจูบที่แสนสั้นแต่ก็แสนหวานเพราะคนที่มอบให้ และก่อนจะต้องไปปฏิบัติหน้าที่ จุนฮยองก็ไม่ลืมที่จะกระซิบที่ข้างใบหูของคนรักด้วยคำพูดที่ดูจุนได้ยินไม่บ่อยนัก
“สวัสดีปีใหม่ยุนดูจุน…ผมก็รักคุณ”
-END-

Talk
ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่า สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕ นะคะทุกคน ^^
มีความสุข สุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาทุกประการค่ะ
ฟิคเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นของขวัญวันปีใหม่จากไรเตอร์ก็แล้วกันนะคะ <3
ขอบคุณสำหรับทุกๆการติดตามตลอดปีที่ผ่านมา ขอบคุณมากจริงๆค่ะ
เป็นฟิคที่ไม่มีอะไรเลย แต่ก็เอาเถอะค่ะ ๕๕๕ #สนองตัณหาตัวเอง
แล้วเจอกันค่ะ,
bourgeois
Rate : PG-13
Cast : Doojoon x Junhyung
Written by : bourgeois

คำเตือน
1.แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับชายรักชาย ถ้าหากรับไม่ได้กรุณากดปิดค่ะ
2.แฟนฟิคชั่นเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องจริง หากแต่เกิดจากการจินตนาการของผู้เขียน ศิลปินไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆทั้งสิ้นนะคะ

You & I
:
*
“สารวัตรยงคร้าบ~” เสียงทะเล้นของชายหนุ่มร่างสูงโปร่งดังขึ้นทันที่ก้าวเข้ามาในโรงพัก คนถูกเรียกเมื่อได้ยินเสียงอันคุ้นเคยก็ส่ายหัว ก่อนจะพับหนังสือพิมพ์ที่กำลังอ่านวางบนโต๊ะเพื่อสนทนากับคนที่เพิ่งมาใหม่
“บอกกี่ครั้งกี่หนแล้วว่าให้มาแบบคนปกติน่ะ…หา!” ทำหน้าเหวี่ยงก่อนจะตบโต๊ะแล้วยืนขึ้นเพื่อเผชิญหน้ากับคนที่ส่งเสียงดังเมื่อครู่
“แหม…นักสืบยุนดูจุนมาเยือนทั้งที ก็ต้องเปิดตัวอลังการหน่อยสิครับสารวัตรยงจุนฮยอง” ว่าแล้วก็หยิกแก้มขาวๆของสารวัตรยงไปหนึ่งที ทำเอาคนโดนแกล้งเกือบจะหลังแหวนเข้าให้
“โอยยยยย หวานกันไม่เกรงใจสายตาประชาชีเลยนะครับนักสืบยุน” สารวัตรอีกคนที่นั่งโต๊ะถัดไปเอ่ยขึ้นแซว
“เป็นธรรมดาของคนรักกันนี่ครับสารวัตรอิม” ดูจุนกล่าวอย่างหน้าชื่นตาบานก่อนจะหันมามองคนรักที่กำลังทำหน้าระอาตนอยู่ไม่ห่าง คนที่ได้ชื่อว่านักสืบหนุ่มไม่ว่าอะไร ได้แต่ยิ้มกวนๆกลับไป แต่นั่นก็เป็นเรื่องปกติของเขาสองคนอยู่แล้ว…
นักสืบยุนดูจุนและสารวัตรยงจุนฮยองเป็นคนรักกัน…
ยงจุนฮยองเป็นเพียงตำรวจธรรมดาคนหนึ่ง ถึงจะติดนิสัยหน้าง้ำงอ แต่เวลายิ้มก็หล่อไม่เป็นรองใคร ทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ในชุมชนแถวโรงพักกรี๊ดกันเป็นแถบ ส่วนยุนดูจุนเป็นนักสืบอิสระที่ขึ้นโรงพักไม่บ่อยนักเพราะมีแต่คดีชู้สาวให้สืบ แต่ครั้งหนึ่งมีคดีสำคัญที่ต้องเข้าออกโรงพักเป็นว่าเล่น ทำให้เขาได้ใกล้ชิดและเกิดความรู้สึกดีๆกับสารวัตรหนุ่มคนนี้…
แรกๆจุนฮยองก็ออกอาการโวยวายต่างๆเพราะไม่เคยโดนผู้ชายจีบมาก่อน โดยเฉพาะผู้ชายกวนประสาทอย่างดูจุน จนกระทั่งวันหนึ่งที่ดูจุนตามจุนฮยองออกไปตามจับคนร้ายคดียาเสพติด ก็ได้มีการปะทะกันเกิดขึ้น จุนฮยองเกือบพลาดถูกยิง แต่ดูจุนก็ช่วยไว้ได้ทันจนตนเองได้รับบาดเจ็บเอง แต่โชคดีที่ไม่ร้ายแรง และจากเหตุการณ์นั้นก็เริ่มทำให้จุนฮยองเกิดความรู้สึกดีๆกับนักสืบหนุ่มคนนี้เช่นกัน...
ถึงจะดูเป็นคู่ที่ไม่ค่อยจะเข้ากันเท่าไร เพราะดูเหมือนจะทะเลาะกันบ่อยๆ แต่นั่นก็ถือเป็นการแสดงความรักอย่างหนึ่งที่คนใกล้ชิดเห็นจนชินตา และบางครั้งมันก็ดูน่ารักไม่หยอกเสียด้วยซ้ำ…
“นี่ก็ห้าทุ่มกว่าแล้วนะ จำเป็นต้องเฝ้าเวรแบบนี้ทั้งคืนเลยเหรอ…อุตส่าห์จะปีใหม่ทั้งที” เสียงง้องแง้งของนักสืบหนุ่มดังขึ้นอีกระลอก
“งานก็ต้องเป็นงานสิดูจุน อย่างี่เง่าน่ะ…” จุนฮยองเอ่ยพลางฟาดเข้าให้ที่แขนของคนงอแง สารวัตรอิมเห็นดังนั้นก็หัวเราะชอบอกชอบใจก่อนจะพูดขึ้นบ้าง
“สารวัตรยงไปกับนักสืบยุนเถอะครับ พี่มันคนไม่มีคู่…อยู่เฝ้าเวรคนเดียวก็ไม่เป็นไรหรอก ฮึกๆ” แกล้งทำเป็นสะอึกสะอื้นก่อนจะส่งสายตาไปให้คู่รักที่ยืนอยู่ไม่ห่าง
“จะดีเหรอครับพี่ซึลอง…” เสียงของสารวัตรยงเอ่ยถามสารวัตรอิมยังไม่แน่ใจนัก คนไร้คู่พยักหน้ารัวเพื่อยืนยันก่อนจะกล่าวต่อ
“ไปเถอะครับ พี่อยู่ได้ ปีใหม่ทั้งที…ไว้มีเรื่องอะไรจะโทรไปก็แล้วกันนะครับ” ซึลองกล่าวพลางยิ้มกว้างพร้อมยกโทรศัพท์แกว่งไปมา
“ขอบคุณครับ” จุนฮยองเอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินนำคนรักตัวดีที่เดินอมยิ้มตามหลังไป…
.
.
.
“เดี๋ยวก็จะปีใหม่แล้วเนอะ เวลาผ่านไปเร็วจัง” ดูจุนเอ่ยขึ้นขณะเดินไปตามท้องถนนที่ประดับไปด้วยแสงไฟ
“อืม…นั่นสิ” จุนฮยองเอ่ยทั้งๆที่ตามองอะไรไปเรื่อย
“ห้าทุ่มห้าสิบ…อีกเดี๋ยวพลุก็คงจะจุดแล้วล่ะ ตื่นเต้นจังเลย” คนเป็นนักสืบเอ่ยเสียงร่าเริงพลางเดินแกว่งมือคนรักไปมา
“ทำตัวเป็นเด็กๆไปได้ จะตื่นเต้นอะไรนักหนากะอีแค่พลุเนี่ย…” ปากก็บอกไปแบบนั้น แต่จริงๆแล้วจุนฮยองเองก็ชอบมองพลุเหมือนกันนั่นแหละ สีสันสวยงามเพลินตา…เหมือนนำดาวมาร้อยเรียงให้เป็นภาพดอกไม้ ดูจุนยิ้มให้กับคนรักซึ่งปากไม่ค่อยจะตรงกับใจเสียเท่าไรก่อนจะสะดุดตากับบางอย่าง
“อ๊ะ! ซอยนั้น!” ดูจุนเอ่ยขึ้นพลางดึงมือคนรักให้เดินตามเข้าไปในซอยที่เงียบสนิทเพราะเป็นซอยที่แยกตัวออกมาจากถนนใหญ่ จุนฮยองเดินตามพลางมองไปรอบๆก่อนจะยิ้มบางๆให้กับสถานที่แห่งนี้
“จำได้ไหมว่าฉันเคยโดนยิงที่นี่ตอนมาจับคนร้ายกับนาย” คนเป็นนักสืบกล่าวพลางหัวเราะให้กับความบ้าบิ่นของตน แค่เห็นคนรักกำลังตกอยู่ในอันตราย…เขาก็คิดอะไรไม่ออกแล้วนอกจากจะต้องปกป้องให้ได้
“จำได้สิ นายน่ะบ้ามากๆ…อยากตายนักรึไง!” สารวัตรยงเอ่ยก่อนจะเขกหัวคนรักไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นไส้ ดูจุนลูบหัวป้อยๆก่อนจะยิ้มกว้างเพราะคำพูดต่อมาของจุนฮยอง
“แต่ก็…ขอบใจนะ” ไม่บ่อยนักที่คนแข็งกระด้างอย่างจุนฮยองจะเอ่ยอะไรแบบนี้ออกมา คนเป็นนักสืบยิ้มทะเล้นก่อนจะดึงอีกฝ่ายเข้ามาชิดแล้วขโมยหอมแก้มไปอย่างรวดเร็ว
“ทำอะไรของนาย!” โวยวายเสียงดังลั่นพลางจับแก้มของตนที่เริ่มแดงเพราะความเขิน ดูจุนแตะนิ้วชี้ที่ปากเพื่อบอกให้จุนฮยองเงี่ยหูฟังโฆษกประจำชุมชนที่กำลังนับอะไรบางอย่างอยู่
10
9
8
7
6
5
4
3
2
1
พลุสีสันสวยงามต่างๆถูกจุดขึ้นเป็นระยะ เสียงแห่งการเฉลิมฉลองดังขึ้นไปทั่วบริเวณ ทั้งสองยิ้มให้กันก่อนคนตัวสูงกว่าจะเคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้อีกคน เสียงนุ่มเอ่ยกระซิบให้ได้ยินกันเพียงสองคนท่ามกลางแสงสีบนท้องฟ้า
“สวัสดีปีใหม่จุนฮยองอา…ผมรักคุณ”
ริมฝีปากอุ่นประทับเข้าที่ริมฝีปากของคนที่อยู่ในเครื่องแบบอย่างแผ่วเบาทันทีที่เอ่ยจบ จูบลึกซึ้งค่อยๆถูกถ่ายทอดจากร่างสูงทีละน้อย มือเล็กกว่าโอบรอบคออีกฝ่ายก่อนจะเอียงใบหน้าเล็กน้อยเพื่อให้ได้รับสัมผัสจากอีกฝ่ายได้ถนัดยิ่งขึ้น
ครืด…ครืด…
เสียงโทรศัพท์ของสารวัตรยงสั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงอย่างแรง จุนฮยองผละออกจากดูจุนก่อนจะหอบหายใจเล็กน้อยด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ดูจุนจิ๊ปากอย่างขัดใจที่มีคนโทรมาขัดจังหวะ แต่ก็พยายามเข้าใจ…เพราะสายที่โทรเข้าก็คงจะเป็นงานด่วนจากสารวัตรอิมอย่างแน่นอน…ถ้าเขาเดาไม่ผิด
“ครับ…พี่ซึลอง…” จุนฮยองกรอกเสียงลงไปในสายโทรศัพท์ที่ได้รับ
// แย่แล้วครับสารวัตรยง มีวัยรุ่นตีกันที่คอนเสิร์ตพี่เอกโอโบ หน้าร้านขายเครื่องเสียงของเสี่ยจาง…ยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ เร่งด่วนจริงๆ เจอกันที่ร้านเสี่ยจางนะสารวัตร // ซึลองเอ่ยอย่างเร่งรีบก่อนจะวางสายไป จุนฮยองเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋าก่อนจะหันมามองคนรักที่กำลังจ้องอยู่ไม่ห่าง
“งานด่วนเหรอ” ทำหน้าง้ำงอพลางถาม
“อืม…วัยรุ่นมันตีกันน่ะ” จุนฮยองตอบ
“เป็นตำรวจก็แบบนี้แหละ ทำใจเถอะยุนดูจุน” ตบบ่าคนรักเบาๆก่อนจะคิดอะไรดีๆขึ้นได้ จังหวะที่นักสืบหนุ่มกำลังก้มหน้าด้วยความเซ็งเพราะงานกำลังจะพรากเวลาของพวกเขาไป จุนฮยองก็เดินเข้ามาชิดจนแทบไม่มีช่องว่างก่อนจะโอบรอบคอคนตัวสูงกว่าแล้วประกบจูบด้วยตัวของเขาเอง…
“อืม…” เสียงครางแผ่วเบาดังลอดออกมาอย่างพอใจ แม้จะเป็นจูบที่แสนสั้นแต่ก็แสนหวานเพราะคนที่มอบให้ และก่อนจะต้องไปปฏิบัติหน้าที่ จุนฮยองก็ไม่ลืมที่จะกระซิบที่ข้างใบหูของคนรักด้วยคำพูดที่ดูจุนได้ยินไม่บ่อยนัก
“สวัสดีปีใหม่ยุนดูจุน…ผมก็รักคุณ”
-END-

Talk
ก่อนอื่นก็ต้องบอกว่า สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๕ นะคะทุกคน ^^
มีความสุข สุขภาพแข็งแรง คิดสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาทุกประการค่ะ
ฟิคเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นของขวัญวันปีใหม่จากไรเตอร์ก็แล้วกันนะคะ <3
ขอบคุณสำหรับทุกๆการติดตามตลอดปีที่ผ่านมา ขอบคุณมากจริงๆค่ะ
เป็นฟิคที่ไม่มีอะไรเลย แต่ก็เอาเถอะค่ะ ๕๕๕ #สนองตัณหาตัวเอง
แล้วเจอกันค่ะ,
bourgeois